วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวประวัติ


อัตชีวประวัติ

        ชื่อนางสาวศิโรรัตน์  วะรงค์ ชื่อเล่น แคตตี้ อายุ 19 ปี  มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน ดิฉันเป็นบุตรคนที่ 1 เกิดวันเสาร์ ที่ 12 เดือนมีนาคม พ..2537 เกิดที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ครอบครัวของดิฉันเป็นคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยแท้ ดิฉันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 6 ตำบลยางชุมน้อย อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ ดิฉันจบการศึกษาระดับอนุบาล-ชั้น ป.6 จากโรงเรียนอนุบาลยางชุมน้อย(หน่วย)คุรุราษฎร์รังสรรค์ ซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ ไปมาได้สะดวกและอยู่ใกล้ผู้ปกครอง พอดิฉันจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  แล้วดิฉันก็ได้ไปศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ที่โรงเรียนยางชุมน้อยพิทยาคมซึ่งตอนที่อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก็ได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการนักเรียนโดยการเลือกตั้งซึ่งดิฉันและเพื่อนๆก็ได้ชนะการเลือกตั้งและถูกแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการนักเรียนดิฉันและเพื่อนๆก็ได้ทำหน้าที่คณะกรรมการนักเรียนอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ
      พอขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ดิฉันและเพื่อนๆก็ได้ตกลงกันว่าจะไปสมัครเรียนพิเศษที่จังหวัดอุบลราชธานีพอถึงวันที่นัดหมายดิฉันและเพื่อนๆก็ได้ไปขึ้นรถไฟในตัวจังหวัดศรีสะเกษจากนั้นเมื่อถึงเวลาที่รถไฟมาถึงสถานีศรีสะเกษดิฉันและเพื่อนๆก็ได้ขึ้นรถไฟและรถไฟก็ออกจากสถานีศรีสะเกษมุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีระหว่างทางที่รถไฟวิ่งอยู่ดิฉันและเพื่อนๆก็ได้ชมวิวระหว่างที่เดินทาง พอรถไฟวิ่งมาถึงครึ่งทางซึ่งตรงนั้นจะเป็นถนนตัดระหว่างหมู่บ้านกับทางรถไฟซึ่งตรงนั้นไม่มีสัญญาณเตือนว่ารถไฟจะมาตอนไหนและเป็นสะพานข้ามแม่น้ำ เมื่อรถไฟวิ่งมาถึงมีรถยนต์คันหนึ่งขับมาและเครื่องยนต์เกิดดับกลางรางรถไฟซึ่งรถไฟก็วิ่งมาด้วยความเร็วและได้ชนรถยนต์คันดังกล่าวเข้าอย่างแรงและอัดก๊อปปี้รถยนต์เข้ากับสะพานจนทำให้คนขับรถยนต์คันดังกล่าวเสียชีวิตคาที่ รถไฟก็ได้เบรคอย่างกระทันหันทำให้ทัศนียภาพโดยรอบเต็มไปด้วยควันที่เกิดจากการเสียดสีของรางรถไฟและล้อรถไฟ ทำให้คนที่อยู่บนรถไฟต่างก็ตกใจและมีคนวิ่งลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นต่อมามีคนตะโกนขึ้นมาว่ารถไฟชนรถยนต์ให้ทุกคนลงมาจากรถไฟให้หมดเพราะรถยนต์คันดังกล่าวติดแก๊ชซึ่งมันอาจจะทำให้รถไฟระเบิดได้ ดิฉันและเพื่อนๆก็เลยวิ่งลงมาจากรถไฟด้วยความตกใจ ดิฉันและเพื่อนๆก็ไม่รู้ว่าที่ที่เกิดเหตุนี้คือที่ไหนและไม่รู้จะไปสมัครเรียนกันได้อย่างไรเพราะรถไฟก็ไม่สามารถวิ่งไปต่อได้ พอดีมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาถามว่าจะไปไหนกัน ดิฉันและเพื่อนๆก็เลยบอกว่าจะเข้าไปในตัวเมืองอุบลไปสมัครเรียนชาวบ้านก็เลยถามว่าจะไปกันอย่างไร ดิฉันและเพื่อนๆก็เลยตอบว่าไม่รู้เพราะก็ไม่รู้จักใครเลย ชาวบ้านคนดังกล่าวก็เลยบอกว่าจะไปส่ง ดิฉันและเพื่อนๆรู้สึกดีใจมากที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยในยามที่ลำบาก พอถึงที่สมัครเรียนดิฉันและเพื่อนๆก็พูดได้แค่คำว่าขอบคุณค่ะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ดิฉันและเพื่อนๆรู้ว่าคนไทยเรามีน้ำใจต่อกันและช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยากเสมอ
    ชีวิตในอนาคต ดิฉันอยากรับราชการ อยากมีชีวิตที่มั่นคงและสามารถเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ เลี้ยงดูพ่อแม่ให้อยู่สุขสบายไม่ต้องลำบากเหมือนทุกวันนี้ และดิฉันจะให้ความรักและให้ความรู้แก่เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อยากเป็นครูที่ดีและเข้าใจเด็กเหมือนคุณครูหลายๆท่าน


    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น